ห้องเรียนในศตวรรษที่ 21


     ศตวรรษที่ 21 เป็นช่วงเวลาของการเปลี่ยนเเปลงที่เกิดขึ้นกับสังคมโลกอย่างรวดเร็ว ไม่ว่าจะเป็นข้อมูล การสื่อสารหรือการค้าก็สามารถทำได้เเค่เพียงปลายนิ้ว ถือได้ว่าเป็นโลกใหม่ที่ไร้พรมเเดน รวมไปถึงเเวดวงทางการศึกษาทั่วโลกที่ต่างก้าวพ้นรูปเเบบการเรียนการสอนที่เน้นครูเป็นศูนย์กลาง มาเป็นการเรียนรู้ในเเบบกระบวนทัศน์ใหม่ เป็นการจัดการศึกษายุคฐานเเห่งเทดโนโลยี ที่เล็งเห็นความสำคัญในการเตรียมเด็กสู้ศตวรรษที่ 21

ลักษณะของห้องเรียนในศตวรรษที่ 21

     ห้องเรียนในศตวรรษที่ 21 จะเน้นไปที่ผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง และครูก็เป็นศูนย์กลางเช่นเดียวกันแต่ครูจะไม่ทำหน้าที่เป็นเพียงผู้บรรยายอีกต่อไป แต่ทำหน้าที่เป็นผู้อำนวยความสะดวกในการเรียนรู้ โดยที่นักเรียนกำลังเรียนรู้ผ่านการลงมือทำ และครูทำหน้าที่เหมือนผู้ฝึกสอน ช่วยนักเรียนโดยให้นักเรียนเป็นผู้ลงมือทำเอง นักเรียนจะเรียนรู้ที่จะใช้วิธีการสอบถาม (inquiry method)และเรียนรู้ที่จะทำงานร่วมกับผู้อื่น นี่เป็นเพียงส่วนหนึ่งของโลกแห่งความเป็นจริงที่พวกเขาจะได้เรียนรู้ก่อนที่พวกเขาจะออกไปจากห้องเรียน

ทักษะที่เด็กในศตวรรษที่ 21 ควรมี

     บริติช เคานซิล เข้าใจถึงความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น ดังนั้นในฐานะสถาบันการศึกษาที่มีมาตรฐานและได้รับความไว้วางใจมาอย่างยาวนาน เราจึงออกแบบหลักสูตรภาษาอังกฤษสำหรับเด็กประถม ในยุคศตวรรษที่ 21  ด้วยวัตถุประสงค์ที่ต้องการเตรียมพร้อมอนาคตไปพร้อมกับคอร์สเรียนทั้ง 6 ระดับของ Primary Plus ที่จะช่วยให้เด็ก ๆ กล้าสื่อสารได้อย่างมั่นใจ เก่งรอบด้านทั้งภาษาอังกฤษสำหรับเด็กประถม และการใช้ชีวิต รวมถึงเสริมสร้างทักษะที่จำเป็นเพื่ออนาคตที่สดใสของเด็ก ๆ
สำหรับทักษะที่จำเป็นสำหรับศตวรรษที่ 21 Tony Wagner อาจารย์และผู้ร่วมก่อตั้ง Change Leadership Group แห่งมหาวิทยาลัยฮาร์เวิร์ดให้ความสำคัญกับ ‘ทักษะทางด้านอารมณ์’ หรือ Soft Skills มากเป็นพิเศษ เช่น ความคิดสร้างสรรค์ ความสามารถในการควบคุมอารมณ์ ความสามารถในการแก้ปัญหา ความเป็นผู้นำ ฯลฯ แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังมีทักษะอื่น ๆ ที่ต้องให้ความสำคัญเช่นกัน ซึ่งสามารถเขียนออกมาเป็นสูตรในเชิงวิชาการได้ว่า 3R x 7C
3R คือ ทักษะด้านความรู้ หรือ HARD SKILLS ได้แก่
- Reading (อ่านออก) 
- (W)Riting (เขียนได้)
- (A)Rithmetics (คิดเลขเป็น)
7C หรือ ทักษะทางอารมณ์ หรือ SOFT SKILLS ได้แก่
- Critical thinking & Problem solving (ทักษะด้านการคิดอย่างมีวิจารณญาณ และทักษะในการแก้ปัญหา)
- Creativity & Innovation (ทักษะด้านการสร้างสรรค์และนวัตกรรม)
- Cross-cultural understanding (ทักษะความเข้าใจต่างวัฒนธรรม ต่างกระบวนทัศน์)
- Collaboration, Teamwork & Leadership (ทักษะด้านความร่วมมือ การทำงานเป็นทีม และภาวะความเป็นผู้นำ)
- Communications, Information & Media literacy (ทักษะด้านการสื่อสารสารสนเทศและการรู้เท่าทันสื่อ)
- Computing & ICT literacy (ทักษะด้านคอมพิวเตอร์ และเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร)
- Career & Learning skills (ทักษะด้านอาชีพ และทักษะการเรียนรู้)
     จะเห็นว่าทักษะที่จำเป็นในศตวรรษที่ 21 ล้วนเป็นสิ่งใหม่ ซึ่งส่งผลให้ทั้งระบบการศึกษาจะต้องปรับรูปแบบการสอน เพื่อให้สอดคล้องกับเทรนโลก...บริติช เคานซิลจึงตอบโจทย์นี้ ด้วยเป็นการเรียนแบบ Sustained Shared Thinking ที่ให้ความสำคัญกับบทสนทนาของนักเรียนเป็นหลัก ครูผู้สอนมีความเข้าใจ มีการเรียนการสอนแบบใกล้ชิดในชั้นเรียน สามารถเอาใจใส่ในพัฒนาการของเด็ก และเข้าใจความต้องการของนักเรียนแต่ละคน ภายใต้บรรยากาศการเรียนการสอนที่ได้มาตรฐานสากล เป็นแบบนานาชาติที่มีความสนุก และเป็นมิตร ซึ่งจะช่วยเสริมสร้างประสิทธิภาพ และเน้นให้เด็กสามารถนำไปใช้งานได้จริง

6 กลวิธีสำหรับครูปฐมวัยแห่งศตวรรษที่ 21




          1. รู้จักใช้เทคโนโลยีแบบบูรณาการ
          เด็กในยุคสมัยนี้อยู่ท่ามกลางการใช้เทคโนโลยีและสังคมออนไลน์ เด็กหลายคนสามารถเข้าใจการทำงานของเทคโนโลยีได้มากกว่าผู้ใหญ่แบบเราๆเสียอีก ในการปฏิสัมพันธ์กับเด็กกลุ่มนี้ ครูจำเป็นที่ต้องใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยี ในการเชื่อมโยงเด็กเหล่านี้ และบูรณาการเทคโนโลยีเพื่อส่งเสริมการเรียนรู้ให้กับพวกเขา เพื่อดึงดูดความสนใจของนักเรียนและเสริมสร้างทักษะทางในการใช้เทคโนโลยีให้กับพวกเขา เพื่อให้พวกเขาสามารถเรียนรู้ได้สมบูรณ์มากยิ่งขึ้น
          2. สร้างโครงสร้างการเรียนรู้แบบมีส่วนร่วม
          การเรียนการสอนที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญนั้น ควรเป็นสิ่งที่ควรทำอย่างยิ่ง ครูที่มีประสิทธิภาพจะเน้นการจัดการเรียนรู้โดยให้นักเรียนเป็นศูนย์กลางในการเรียนรู้ และปรับบทบาทของตัวครูเองจากที่เป็นผู้สอน มาเป็นผู้แนะนำมากขึ้น การเรียนรู้แบบมีส่วนร่วมทำให้เกิดการมีส่วนร่วมในห้องเรียน ซึ่งจะช่วยกระตุ้นให้นักเรียนมีปฏิสัมพันธ์ระหว่างกัน ช่วยเหลือเกื้อกูลกันในการเรียนรู้ และมุ่งให้นักเรียนเกิดองค์ความได้ด้วยตัวเองอีกด้วย
          3. สร้างสรรค์การสอนที่แตกต่าง
          ครูปฐมวัยในศตวรรษที่ 21 ต้องสามารถปรับการจัดประสบการณ์การเรียนรู้เพื่อตอบสนองความต้องการของนักเรียนที่แตกต่างกันในห้องเรียนได้ โดยผ่านการเรียนรู้ในสามรูปแบบหลัก คือ จากการมองเห็น การได้ยิน และการเคลื่อนไหวร่างกาย ซึ่งรูปแบบการเรียนรู้ของเด็กนี้จะอธิบายลักษณะของเด็กและประเภทของกิจกรรมที่ตอบสนองต่อการพัฒนาที่ดีของเขา การให้เด็กได้มีโอกาสเลือกทำกิจกรรมที่หลากหลายตามความสนใจจะช่วยให้พวกเขาเรียนรู้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
          4. ตั้งค่าเป้าหมาย
          การมีส่วนร่วมของเด็กในกระบวนการกำหนดเป้าหมายเป็นวิธีที่ยอดเยี่ยมในการสนับสนุนให้พวกเขารู้สึกว่าเป็นส่วนหนึ่งในการเรียนรู้ ซึ่งในระยะแรกการตั้งเป้าหมายจะต้องทำอย่างชัดเจนและเรียบง่าย ยกตัวอย่างเช่นการตกลงกับเด็ก ๆ เกี่ยวกับเป้าหมายของพวกเขา ครูสามารถอำนวยความสะดวกในการกำหนดเป้าหมายเพิ่มเติมผ่านการใช้ตัวช่วย เช่นสมุดบันทึก แผนภูมิและเครื่องมือต่างๆ ที่ทำให้เด็กเห็นถึงการก้าวไปสู่เป้าหมายที่ตั้งไว้ สิ่งนี้จะช่วยให้เด็กรู้สึกอยากบรรลุเป้าหมายนั้นและได้ทบทวนตัวเองด้วย
          5. การสอนข้ามหลักสูตร
          ตรงกันข้ามกับการสอนแบบดั้งเดิมที่แต่ละวิชาแยกจากกัน การสอนสมัยใหม่ต้องสามารถบูรณาการการเรียนรู้หลายวิชาพร้อมกันได้ ซึ่งการทำเช่นนี้สามารถช่วยให้เด็กปฐมวัย เรียนลึกลงไปในแนวคิดและทักษะการเรียนรู้ตามธรรมชาติ ซึ่งเราสามารถผสมผสานเนื้อหาคณิตศาสตร์วิทยาศาสตร์หรือสังคมศึกษาเข้ากับการอ่านหรือการเขียนได้ง่ายขึ้น อย่างไรก็ตามการสอนแบบนี้เป็นเรื่องที่ท้าทายมาก ซึ่งเราอาจจะต้องกิจกรรมรูปแบบนี้ โดยการให้เด็กทำโครงงานเกี่ยวข้องกับพวกเขา เพราะการทำโครงงานมีผลลัพธ์เป็นรูปธรรม การเรียนรู้แบบใช้ปัญหาเป็นตัวตั้งคือแนวทางการพัฒนาวิธีแก้ไขปัญหาในโลกแห่งความจริง ในการเรียนรู้แบบสืบเสาะนั้นเด็ก ๆ จะตั้งคำถามของตนเองตามความสนใจหรือความสนใจของพวกเขา วิธีการเหล่านี้ทำงานได้ดีเพราะครูไม่เพียง แต่บอกนักเรียนว่าพวกเขาควรรู้อะไร แต่พวกเขาให้เด็กมีส่วนร่วมในการสำรวจและเปิดเผยข้อมูลด้วยวิธีที่มีความหมายมากขึ้น ซึ่งวิธีการเหล่านี้ไม่เพียง แต่สนุก แต่ยังสร้างแรงบันดาลใจให้กับเด็ก ๆ และกระตุ้นให้เกิดการร่วมมือกันอีกด้วย
          6. การประเมินเพื่อการเรียนรู้
          การประเมินหลังจัดการเรียนรู้ หรือการประเมินระหว่างการเรียนรู้ เป็นกระบวนการรวบรวมข้อมูลที่ครูสามารถใช้ในการปรับปรุงแผนการสอนและรูปแบบการจัดประสบการณ์ให้สอดคล้องกับความต้องการของเด็กได้ การประเมินผลปลายทางเพียงอย่างเดียว นอกจากจะไม่ได้ให้ภาพที่ชัดเจนเกี่ยวกับสิ่งที่เด็กรู้แล้ว ยังเป็นการรวบรวมข้อมูลที่สายเกินไป เพื่อป้องกันปัญหานี้ครูสามารถติดตามผลการเรียนรู้ของเด็ก โดยใช้การสังเกต การตั้งคำถาม กลวิธีการอภิปรายในชั้นเรียน การบันทึกการเรียนรู้ การประเมินจากเพื่อน การประเมินตนเองและการประเมินในแบบอื่นๆที่สอดคล้องกับเด็ก การประเมินผลอย่างต่อเนื่องเหล่านี้จะช่วยให้ครูสามารถจับจังหวะการเรียนรู้ในห้องเรียนเพื่อให้แน่ใจว่านักเรียนกำลังเรียนรู้อย่างเหมาะสม

สื่อที่เหมาะสมกับศตวรรษที่ 21

ความสำคัญของสื่อ 
        -เป็นเครื่องมือส่งเสริมเด็กให้กล้าแสดงออกและเกิดการเรียนรู้อย่างมีประสิทธิภาพ
        -เป็นตัวกลางในการถ่ายทอดความรู้ ประสบการณ์เครื่องมือเร้าความสนใจของเด็ก ให้ติดตามเรื่องราวด้วยความสนใจและไม่เกิดความรู้สึกว่าเป็น “การเรียน”
        -เป็นเครื่องมือทำสิ่งที่เป็นนามธรรมให้เป็นรูปธรรม และได้เรียนรู้ได้รับประสบการณ์ตรงทำให้จดจำได้นาน 
        -สื่อเป็นสิ่งที่จะช่วยให้เด็กได้รับประสบการณ์ตรงที่เป็นรูปธรรมมากที่สุดสื่อจะช่วยทำให้สิ่งที่เป็นนามธรรมที่เด็กเข้าใจยาก มาสู่รูปธรรมที่เข้าใจได้ง่ายขึ้น สื่อจะช่วยให้เรียนได้อย่างสนุกสนานเพลิดเพลิน รวดเร็วและจำได้แม่นยำ
การเลือกสื่อ
            -เพลง
            -เครื่องดนตรีเครื่องดนตรีที่ใช้มือเล่นทั้งสองข้าง
            -หนังสือ

ประเภทของสื่อการเรียนสำหรับเด็กปฐมวัย
แหล่งเรียนรู้สำหรับเด็กปฐมวัยเป็น 2 ลักษณะ
1. สื่อและแหล่งเรียนรู้ภายในห้องเรียน
2. สื่อและแหล่งเรียนรู้ภายนอกห้องเรียน สภาพแวดล้อมต่าง
ดร.ชัยวงศ์  พรหมวงศ์ นักเทคโนโลยีทางการศึกษา ได้แบ่งสื่อการสอนออกเป็น 3 ประเภท คือ
1.  สื่อการสอนประเภทวัสดุ
2. สื่อการสอนประเภทอุปกรณ์
3. สื่อการสอนประเภทวิธีการ
✿สื่อการสอนประเภทวัสดุ  หมายถึง สิ่งช่วยสอนที่มีการสิ้นเปลือง เช่น ชอล์ก ฟิล์ม ภาพถ่าย ภาพยนตร์  สไสด์ เป็นต้น
✿สื่อการสอนประเภทอุปกรณ์ หมายถึง  สิ่งช่วยสอนที่เป็นเครื่องมือ ซึ่งได้แก่ เครื่องเสียง เช่น เครื่องรับวิทยุและเครื่องเล่นเทปบันทึกเสียงกับอุปกรณ์ที่ไม่ใช่ทั้งเครื่องเสียงและเครื่องฉาย เช่น กระดานดำ ม้าหมุน และกระดานหก
✿สื่อการสอนประเภทวิธีการหรือกระบวนการ ได้แก่ การจัดระบบการสาธิต การทดลอง เกม และกิจกรรมต่างๆโดยเฉพาะอย่างยิ่งกิจกรรมที่ครูจัดทำขึ้นแต่มุ่งให้นักเรียนเข้ามีส่วนในการปฏิบัติ เช่น การเล่นบทบาทสมมติ การจัดสถานการณ์จำลอง และการจัดศูนย์การเรียน เป็นต้น
สื่อที่เหมาะสมในศตวรรษที่ 21 
     เน้นสื่อที่เป็นเทคโนโลยีเเต่หากโรงเรียนหรื่อเเหล่งเรียนรู้ไม่มีหรือเทคโนโลยีไม่สามารถเข้าถึงได้อาจเปลี่ยนเเปลงสื่อให้เหมาะสมคือสื่อสิ่งพิมพ์หรือสื่อของจริงใกล้ตัวได้เเละต้องคำนึงถึงวุฒิภาวะของเด็กปฐมวัยอีกด้วย

อ้างอิง

เเหล่งอ้างอิง https://www.britishcouncil.or.th/english/tips/what-skills-do-children-need-in-the-21-century   ทักษะที่เด็กในศตวรรษที่ 21 ควรมี

 เเหล่งที่มา http://www.trueplookpanya.com/blog/content/74205/-teaarttea-teaart-teamet-   6 กลวิธีสำหรับครูปฐมวัยแห่งศตวรรษที่ 21

เเหล่งที่มา http://nattanittongta.blogspot.com/2017/03/3-24.html  สื่อที่เหมาะสมกับศตวรรษที่ 21


ผู้เขียน : กมลชนก




ความคิดเห็น